“มีลูกหลานเยอะ อยากทำพินัยกรรมเอาไว้ จะได้สบายใจหายห่วง”
อย่าคิดว่า การคิดถึงเรื่องการ “ส่งมอบ” ทรัพย์สิน โดยการเขียนพินัยกรรมจะเป็นลางไม่ดี หรือ ยังไม่ถึงเวลา ที่ควรทำ เพราะการวางแผนมรดกไม่มีคำว่า เร็วเกินไป เพราะสมบัติของเรา เราจะยกให้ใครก็ได้ ยิ่งถ้าได้ “ทำพินัยกรรม” เอาไว้ จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะถูกสืบทอดไปตามเจตนารมณ์ของเราแน่นอน แต่หากไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ มรดกจะตกเป็นของ “ทายาทโดยธรรม” ตามลำดับและตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เราทุกคนก็สามารถทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ง่าย ๆ ด้วย “5 วิธีทำพินัยกรรมง่าย ๆ ด้วยตัวเอง”
ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอหรือเขตใดก็ได้ ดำเนินการให้
ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอหรือเขตใดก็ได้ โดยปฏิบัติดังนี้
ใช้เฉพาะกรณีที่เกิดเหตุการณ์พิเศษ ไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตราย ใกล้เสียชีวิต เกิดโรคระบาด หรือ สงคราม ทั้งนี้ พินัยกรรมจะหมดอายุภายใน 1 เดือนนับจากผู้ทำพินัยกรรมกลับมาทำพินัยกรรมแบบอื่นได้
นอกจากนี้ ควรระวังเรื่องการทำพินัยกรรมแบบที่ต้องมีพยานและแบบที่ให้คนอื่นเขียน เพราะพยานและคนเขียน (รวมทั้งคู่สมรสตามกฎหมายของทั้งคนเขียนและพยาน) จะไม่มีสิทธิได้รับมรดก เพราะฉะนั้นถ้าจะยกมรดกให้ใคร ก็อย่าให้เขามาเป็นคนเขียนหรือพยาน และถ้าไม่อยากให้คนรับมรดกต้องเสียภาษีมรดก ก็ควรทำพินัยกรรมโดยกระจายมรดกให้คนละไม่เกิน 100 ล้านบาท เพราะไม่อย่างนั้น คนรับมรดกจะต้องเสียภาษีอัตรา 5% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับบุพการีและผู้สืบสันดาน นอกนั้นจะเสียในอัตรา 10% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท
แต่ถ้ากลัวว่า ให้มรดกไปแล้วลูกหลานจะไม่ดูแล ก็สามารถไป “จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน” บนอสังหาริมทรัพย์ที่เรายกให้ลูกหลานได้ที่สำนักงานที่ดิน (ทำต่อจากการจดทะเบียนยกให้ได้ทันที) เพื่อให้เรายังมีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ต่อไปได้ตลอดชีวิต
สำหรับใครที่สนใจอยากรู้เทคนิคและวิธีการบริหารจัดการเงินหลังเกษียณ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “วางแผนการเงินหลังเกษียณ สไตล์วัยเก๋า” ฟรี!!! >> คลิกที่นี่
บทความที่เกี่ยวข้อง